กิงโกะ คือการกิน ผัก-ผลไม้ เพื่อสุขภาพ 

กิงโกะหรือแปะก๊วย (Ginkgo) พืชสมุนไพรสรรพคุณมากมาย มากกว่าบำรุงสมอง

กิงโกะหรือแปะก๊วย เป็นสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน มีลักษณะคล้ายใบพัด มี 2 กลีบ ซึ่งเป็นสมุนไพรที่จัดว่ามีสรรพคุณค่อนข้างหลากหลายและดีมากชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่า มีสรรพคุณบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ แต่จัดว่าเป็นยาอันตราย มีขายในเฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันเท่านั้น โดยเฉพาะบางประเทศ ต้องใช้ใบสั่งแพทย์เท่านั้นถึงจะซื้อมารับประทานได้

กิงโกะหรือแปะก๊วย

กิงโกะ (Ginkgo) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ แปะก๊วย ถือเป็นพืชสมุนไพรที่มีมานานแล้ว กำเนิดอยู่ในช่วงยุคพาลีโอโซอิค หรือมีอายุมากกว่าสองร้อยล้านปี ต้นแปะก๊วยป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม จึงเป็นพืชที่มีอายุยืน คนส่วนมากมักจะทราบกันดีว่า เมล็ดแปะก๊วยนั้นมีประโยชน์ และนำมาใช้เพื่อการรักษาสุขภาพ

ประโยชน์ของ กิงโกะหรือแปะก๊วย

1. ป้องกันการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม โรคจอประสาทตาเสื่อมมักพบได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 60 ปี หรือมากกว่านี้ ซึ่งผู้ป่วยจะสูญเสียสายตาที่เห็นส่วนตรงกลาง (Central vision) เนื่องจากจอประสาทตาถูกทำลาย ทั้งนี้นักวิจัยพบว่า การทานแปะก๊วยสามารถช่วยรักษาโรคดังกล่าวในระยะแรกได้ค่ะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเพราะสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในแปะก๊วยนั่นเอง
2. ชะลอวัย แปะก๊วยสรรพคุณ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และกระบวนการชรา(อนุมูลอิสระเป็นตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดการเสื่อมถอยของร่างกายซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของ ริ้วรอย แก่ก่อนวัย)

ใบกิงโกะ
3. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เมล็ดแปะก๊วยเป็นแหล่งสะสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ในร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเกือบทุกชนิด ถึงแม้ว่าจะนำเมล็ดแปะก๊วยไปปรุงจนสุกแล้วก็ยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระเหลืออยู่ถึง 60% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอาหารชนิดอื่น ๆ
4. รักษาโรคซึมเศร้า มีการศึกษาพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีสภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้นเมื่อรับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่มี สารสกัดจากใบแปะก๊วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งก็มีจิตแพทย์จำนวนไม่น้อยที่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับการรับประทานยาเพื่อรักษาอาการ

แปะก๊วย ประโยชน์
5. อาการปวดขาเมื่อเดินนานๆ จากโรคหลอดเลือดส่วนปลาย พบว่าการกินใบแปะก๊วย ช่วยทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดส่วนปลายเดินได้ไกลขึ้นโดยไม่ปวด และลดโอกาสที่จะต้องไปผ่าตัด อย่างไรก็ตามต้องกินเป็นเวลานานอย่างน้อย 6 เดือนอาการจึงจะเริ่มดีขึ้น
6. ช่วยให้ผิวกระจ่างใส สารสกัดจากใบแปะก๊วยมีประโยชน์ต่อร่างกายภายนอกเช่นกัน โดยเฉพาะหากใช้ร่วมกับชาเขียว ซึ่งมันจะช่วยฟื้นฟูผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า เมื่อนำชาเขียว และสารสกัดจากใบแปะก๊วยมาทาผิว มันจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น และเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น คุณจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมสมุนไพรทั้งสองชนิดถึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
7.ลดอาการปวดหัวไมเกรน ประโยชน์ของแปะก๊วย มีประสิทธิภาพช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรน ทำให้ผู้ป่วยสามารถลดปริมาณในการใช้ยาไมเกรนได้

ใบกิงโกะ ความหมาย
8. บรรเทาอาการเบาหวานขึ้นตา สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาการเบาหวานขึ้นตาสามารถส่งผลให้การมองเห็นแย่ลง เนื่องจากน้ำตาลในเลือดนั้นจะเข้าไปทำลายหลอดเลือดภายในดวงตา ซึ่งการรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยจะช่วยให้การมองเห็นสีสันของผู้ป่วยเบาหวานดีขึ้น
9. เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ในรายที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยสามารถช่วยได้ เพราะ สารสกัดนี้จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น แก้ไขปัญหาเลือดไปไหลเวียนในบริเวณอวัยวะเพศไม่สะดวก โดยจากการศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานสารสกัดจากแปะก๊วยเป็นประจำติดต่อกัน 6 เดือน ช่วยให้อาการดีขึ้นมากถึง 50%
10. ช่วยลดการอุดของเส้นเลือด โรคหลอดเลือดแดงแข็งเป็นภาวะที่เส้นเลือดแดงเกิดการอุดตัน และตีบลง โดยมีคราบพลัคเป็นตัวการ ซึ่งมันจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ฯลฯ ทั้งนี้มีการค้นพบว่าแปะก๊วยสามารถช่วยลดการเกิดการแข็งตัวของเลือดได้

โทษของใบแปะก๊วย

ต้นกิงโกะ
1. .ผู้ป่วยที่ความดันสูง หรือความดันต่ำกว่าปกติ หรือใช้ยาอยู่ เพราะใบแปะก๊วยจะไปทำให้หลอดเลือดขยาย และลดความดันลง ซึ่งจะยิ่งทำให้ความดันต่ำลงมากเกินไปได้
2. หากรับประทานสารสะกัดแปะก๊วยมากเกินไปอาจมีผลข้างเคียงทำให้ปวดศีรษะ,มึนงง,เวียนศีรษะ ทางเดินอาหารปั่นป่วน หรืออาจเกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง, ระบบหายใจและหลอดเลือดผิดปกติ ง่วงซึม ระบบการนอนหลับก็ปั่นป่วนไปด้วย
3. .ผู้ที่ใช้สารป้องกันการเกิดลิ่มเลือด (Anti-coaggulant) เช่น ยา Warfarin , แอสไพริน , อิบูโพรเฟน และผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากใบแปะก๊วย มีผลทำให้เกิดเลือดออกตามร่างกายได้
4. สตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของแปะก๊วยนั้นมีมากมาย มีความสำคัญต่อการทำงานของสมองเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ไม่ควรทานมากเกินไป และหากทานแล้วเกิดอาการแพ้ เช่น มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย และระบบหายใจผิดปกติ ควรหยุดทานทันที

บทความแนะนำ