กลูต้าความสวยความงาม ผู้หญิง 

กลูต้าไธโอน คืออะไร

กลูต้าไธโอน นั้นได้รับความนิยมมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะประสิทธิภาพของกลูต้าไธโอนนั้นสามารถทำให้ผิวที่คล้ำดำกระจ่างใสและขาวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความนิยมส่วนใหญ่ผู้หญิง เพราะเขาเหล่านั้นต้องการที่จะมีผิวพรรณรูปร่างหน้าตาที่ดูดีขาวใสและเป็นที่สะดุดตาของผู้พบเห็น

คนที่จะรู้ว่าสารชนิดนี้แท้จริงแล้วคือสารประเภทใด เนื่องจากไม่ได้ศึกษาข้อมูลและการใช้งานของสารกลูต้าไธโอนอย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถได้รับประโยชน์จากสารนี้หรือแม้แต่น้อย เพราะในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวกับกลูต้าไธโอนเกิดขึ้นมากมาย และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต่างโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของทุนตนเกินความเป็นจริง ซึ่งแน่นอนว่าในแง่ของการตลาดนั้นสามารถสร้างความจูงใจและสร้างยอดขายได้มาก เพราะความต้องการและความอยากสวยอยากขาวของผู้บริโภคมันมีอยู่มาก เรียกได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไทโอนนั้นแทบจะขาดตลาดเลยก็ว่าได้

กลูต้าไธโอน

กลูต้าไธโอน คืออะไร

กลูต้าไธโอน จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสามารถผลิตได้เองในร่างกายของคนเรา ซึ่งคุณสมบัติของกลูต้าไธโอนนั้นเปรียบเสมือนโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกาย ซึ่งสิ่งบางส่วนจำเป็นที่จะต้องได้รับสารกลูต้าไธโอนเพื่อใช้ในการซ่อมแซมและการทำงานของเซลล์ภายในร่างกาย คุณสมบัติของมันนั้นจะช่วยทำให้เซลล์ในร่างกายบางชนิดไม่ถูกทำลายไปกับสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายซึ่งจะเป็นสารที่จะทำลายเซลล์ในร่างกายสึกหรอหรือให้เสื่อมสลายไปได้

กลูต้าไธโอนจะทำหน้าที่ในการรักษาและป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเซลล์ต่างๆเหล่านี้ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และมีความแข็งแรง พอที่จะต่อต้านกับสารอนุมูลอิสระในส่วนต่างๆที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของคนเรา เมื่อเซลล์แข็งแรงและส่วนต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถต่อต้านกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆโดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งเกิดจากสารอนุมูลอิสระที่สะสมในร่างกายที่ทำปฏิกิริยาบางอย่างจะเกิดเป็นเซลล์มะเร็งขึ้น

กลูต้าไธโอน สกัดมาจากอะไร

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไทโอนนั้นมีอยู่หลายชนิด อาจจะเป็นแบบทานแบบชงน้ำแล้วดื่มหรือแบบฉีกก็ตาม ซึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้บริโภคที่ต้องการนำกลูต้าไธโอนเข้าสู่ร่างกายเพื่อทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนที่ขายดีส่วนใหญ่เป็นแบบผงชงดื่มและแบบรับประทาน

ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคไม่ทราบเลยว่าการบริโภคกลูต้าไธโอนด้วยวิธีการนี้นั้น จะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆกับกลูต้าเลยเพราะจะถูกย่อยด้วยน้ำย่อยของระบบการย่อยอาหาร และระบบทางเดินอาหารภายในร่างกายของมนุษย์ เมื่อไม่เห็นผลจริงได้เป็นวิธีการในการนำกลูต้าไธโอนเข้าสู่ร่างกายในช่องทางใหม่โดยใช้การฉีดเข้าเส้น

วิธีการฉีดสารกลูต้าไธโอนเข้าเส้นเลือดนั้น ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะเมื่อผู้ที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะได้รับสารกลูต้าไธโอนโดยตรงโดยที่ไม่ถูกสลายจากการทำปฏิกิริยาต่างๆในร่างกาย เพราะสารเหล่านี้จะไหลเข้าสู่เส้นเลือดและเซลล์ผิวหนังต่างๆ ซึ่งทำให้ผิวและเซลล์ผิวหนังนั้นขาวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานหรือการดื่ม

อาหารที่มีกลูต้าไธโอนสูง

แน่นอนว่าเมื่อฉีดเข้าไปแล้วขาวขึ้นจริงแต่ผลลัพธ์ของความขาวนั้น จะคงอยู่ได้ในเวลาไม่นานเมื่อสาร กลูต้าไธโอนที่ฉีดเข้าไปในร่างกายเริ่มสลายไปจะทำให้เซลล์ผิวกลับสู่สภาพเดิมหรือไวต่อแสงแดดได้ง่ายกว่าเกิดผิวคล้ำดำได้ดังเดิม ทำให้ผู้ที่ฉีดกลูต้าไธโอนเข้าร่างกายนั้นมักจะกลับมาฉีดซ้ำเรื่อยๆ เพื่อให้ผิวขาวอยู่เป็นประจำแล้วไม่ถูกทำลายไปโดยสภาพแวดล้อมหรือแสงแดดนั้นเอง

สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายต่อร่างกาย เพราะการรับกลูต้าไธโอนเกินความจำเป็นโดยการนำเข้าสู่ร่างกาย เช่นนี้อาจทำให้เกิดการตกค้างจนเกิดเป็นโรคต่างๆภายหลังได้ ซึ่งปัญหาทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการฉีดกลูต้าไธโอนนั้นมีให้พบเห็นได้เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคสามารถใช้บริการในการฉีดกลูต้าไธโอนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพราะมีคลีนิคต่างๆเกิดขึ้นมากมายที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการจะมีผิวขาวกระจ่างใสและมีผิวพรรณที่ดีที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

กลูต้าไธโอนแบบฉีด

ดังนั้นหากต้องการที่จะได้รับประโยชน์จากกลูต้าไธโอนควรมีการศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้ที่ชำนาญการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อหาแนวทางในการทำกลูต้าไธโอนเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่พอเหมาะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น และยังจะได้รับประโยชน์จากสารกลูต้าไธโอนมากกว่าการฉีดตามกระแสหรือการนำกลูต้าไธโอนเข้าสู่ร่างกาย โดยที่ไม่ทราบข้อมูลหรือรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับสารชนิดนี้เลย เพราะสารกลูต้าไธโอนในท้องตลาดทั่วไปส่วนมากเกิดจากการสังเคราะห์ทางเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้โดยทั่วไปมักจะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากกว่าสารที่ได้รับเองหรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

บทความแนะนำ

Scroll Up