รังสีจากโทรศัพท์มือถือสุขภาพ สุขภาพใจ-สมอง 

รังสีจากโทรศัพท์ มีอยู่จริงหรือไม่

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยสงสัยว่า มี รังสีจากโทรศัพท์ มือถือจริงหรือไม่ แล้วจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง วันนี้เราได้นำข้อมูลที่ควรรู้ และทำความเข้าใจให้มากขึ้น เพราะโทรศัพท์ เป็นสิ่งของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบันมือถือ ถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ ที่ไม่สามารถขาดได้เลย และภายในหนึ่งวันเราใช้โทรศัพท์มือถือโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีการอ้างอิงมาจากสสส. หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ แล้วรู้หรือไม่ว่าโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันนั้นมีรังสีแผ่ออกมา อย่างอ่อนๆออกมาด้วย

 

รังสีจากโทรศัพท์

ในขณะที่โทรศัพท์ปิดเครื่องนั้น จะไม่มีรังสีอะไรออกมาจากตัวเครื่อง แต่เมื่อเราเปิดเครื่องจะมีรังสีและออกมาในปริมาณอ่อนๆในขณะที่เราใช้งานหรือออนไลน์นั้นจะมีรังสีผ่านออกมาในปริมาณมากและถ้าเราได้รับรังสีในปริมาณมากและเกิดการสะสมเป็นเวลานานรังสีที่ได้รับจะไปทำลาย DNA ของเซลล์ในร่างกายทำให้เซลล์เกิดการบาดเจ็บเสียหายและหากเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์เนื้องอกได้ในที่สุด

เมื่อร่างกายได้รับ รังสีจากโทรศัพท์ มือถือแล้วจะเป็นอย่างไร

ปัจจุบันเป็นยุคของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการติดต่อสื่อสารและเทคโนโลยีที่ใกล้ตัวของเรามากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 คือโทรศัพท์มือถือ ตามสถิติการใช้โทรศัพท์มือถือของคนไทยทั้ง 5 ภูมิภาคจากสำนักงานสถิติแห่งชาติโดยแบ่งตามช่วงอายุพบว่าถ้าถึง 14 ปี 23.6 เปอร์เซ็นต์ 15- 24 ปี 44.6 เปอร์เซ็นต์ 25-34 ปี 19 ปี 40 เปอร์เซ็นต์ 3 15-19 ปี 10 13 เปอร์เซ็นต์ 50 ปีขึ้นไป 3.4%

และการใช้โทรศัพท์มือถือมากจนเกินไปนั้น จะได้รับรังสีจากโทรศัพท์มือถือมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยจะส่งผลต่อสุขภาพคือ จะมีอาการเวียนหัว ปวดหัว อาจเกิดเนื้องอกในหู เนื้องอกในตา และเนื้องอกในสมอง หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

 

ร่างกายได้รับรังสีจากโทรศัพท์จะเป็นอย่างไร

วิธีการป้องกันรังสีจากโทรศัพท์มือถือ
ในสังคมปัจจุบันการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของคนเรา จะมีพฤติกรรมเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือกันมากขึ้นไม่ว่าจะเวลากินข้าว เวลาทำงาน เวลาเข้าห้องน้ำ และแม้กระทั่งเวลานอน แล้วเราจะมีวิธีการป้องกันรังสีจากการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างไรได้บ้าง วันนี้เรามีข้อแนะนำดีๆมาให้แล้วค่ะ
1 ควรวางโทรศัพท์มือถือให้ห่างจากตัวประมาณ 15 เซนติเมตร
2. ไม่ควรถือโทรศัพท์มือถือข้างเดียวนานเกิน 15 นาที
3 ควรใช้หูฟังแทนการใช้โทรศัพท์มือถือแนบกับหู
4. เด็กที่มีอายุ 15 ปี จะมีกะโหลกที่บางกว่าผู้ใหญ่ทำให้เกิดโรคได้ง่ายกว่า
5. เวลาคุยโทรศัพท์แนะนำให้เปิดลำโพงและวางมือถือไม่ห่างจากตัวประมาณ 1 ช่วงแขนหากเราจะได้ยินไม่ทันอาจใช้หูฟังและบลูทูธ เป็นตัวช่วยและอย่าลืมปิดเครื่องมือเหล่านี้เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว

 

อันตรายจากการใช้ Wifi

อันตรายจากการใช้ Wifi

1. เนื่องจาก WiFi เป็นคลื่นชนิดหนึ่ง จึงส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อน จนกลายเป็นอาการเรื้อรังอาการเหล่านี้เกิดจากบริเวณที่มีไวไฟเยอะมากๆ อย่างตามหอพักและชุมชน
2. ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก โดยมีการศึกษาว่าคลื่น WiFi ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กเล็ก โดยทำให้สมองช้า ซึ่ง WiFi จะเข้าไปทำลายระบบเซลล์ในร่างกายของเด็ก ทำให้เด็กมีการเรียนรู้ต่างๆได้ช้ามาก ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มี WiFi อยู่เยอะ
3. WiFi ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเซลล์และทำให้เซลล์มีปัญหา จากการวิจัยของประเทศเดนมาร์กพบว่า บริเวณที่มี Wifi และบริเวณที่ไม่มีคลื่น WiFi สามารถพบความแตกต่างของผู้คนทั้ง 2 บริเวณได้อย่างชัดเจน โดยคนที่อยู่ในบริเวณที่มี WiFi เยอะ จะส่งผลให้คนเหล่านั้น ไม่ค่อยเจริญเติบโต เรียนรู้อะไรช้า ทำกิจกรรมต่างๆช้าลง โดยมีความตรงกันข้าม กับคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ไม่มีคลื่น WiFi หรือมี WiFi น้อย คนในบริเวณนี้ จะมีความคล่องแคล่ว คิดวิเคราะห์ได้เร็ว มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนกลุ่มแรก

อันตรายจากการใช้มือถือ
4. คลื่น WiFi รวมถึง 3G และ 4G เป็นตัวทำลายสมอง ของมนุษย์ โดยมีการศึกษาพบว่า คลื่นเหล่านี้เป็นตัวทำลายความจำ หรือทำให้เกิดโรคความจำเสื่อม และเป็นโรคสมาธิสั้น
5. ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จากการวิจัยพบว่า ในผู้ชาย คลื่น wifi อสุจิลดลง และมีการเคลื่อนที่ช้าลง
6. ส่งผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์ หรือทำให้เป็นหมัน โดยจากงานวิจัย คลื่นความถี่ของ WiFi ส่งผลกระทบทั้งผู้ชายและผู้หญิงในการสืบพันธุ์ โดยผู้ชายอาจจะเป็นบางส่วนผู้หญิงอาจจะแท้งบุตรได้ ซึ่งไวไฟ จะเข้าไปรบกวนระบบการทำงานของเซลล์ในร่างกาย
7. ทำให้เครียดและเป็นโรคหัวใจ โดยมีการศึกษาพบว่า คนที่ได้เข้าทดลองกับคลื่นความถี่เหล่านี้พบว่าคลื่นความถี่ WiFi ส่งผลทางกายภาพของผู้ที่เข้าทดลอง โดยอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อมีการต้นทุนประกัน
8. ทำให้เป็นมะเร็ง โดยจากการทดลองในสัตว์และมนุษย์ พบว่า การที่สัมผัสเป็นประจำ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง จากตัวอย่างของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีสาเหตุเกิดมาจาก การที่ชอบนำโทรศัพท์มาไว้บริเวณหน้าอก จนทำให้เป็นเนื้องอกและเป็นมะเร็งในที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับความรู้และข้อควรระวังในการใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะเราไม่สามารถที่จะเลิกหรือหยุดใช้โทรศัพท์ได้ ดังนั้นการรู้เท่าทัน และรู้วิธีการป้องกัน จึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะสามารถช่วยเราป้องการโดนรังสีให้น้อยที่สุดได้ ดังนั้นอย่าลืมนำเคล็ดลับข้างต้นไปใช้กันนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคภัยอันตรายต่างๆ

บทความแนะนำ

Scroll Up