ดื่มชาสุขภาพ สุขภาพกาย 

การดื่ม ชา ส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกายของเรา เมื่อดื่มในปริมาณมาก

ในปัจจุบันมีกระแสหลายกระแสที่ได้กล่าวถึงโทษของการดื่ม ชา หรือความอันตรายที่เกิดขึ้นจากชาที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หากรับประทานในระยะเวลาที่ยาวหรือในปริมาณที่มาก หรือแม้กระทั่งการดื่มชาที่ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารแต่จะได้รับโทษมาแทน

ชา

ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโทษของการดื่มชาในปริมาณที่มากหรือระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบและรักในการดื่มชา ไม่ว่าจะเป็นชาประเภทใดก็ตามรู้สึกไม่สบายใจถึงเรื่องนี้ เพราะหลายคนบริโภคหรือดื่มชาอยู่ทุกวัน

แน่นอนว่าหลายคนที่ชื่นชอบในการดื่มชาหรือบริโภคส่วนผสมที่มีชารวมอยู่ด้วย จากผลสำรวจพบว่าผู้ที่ดื่มชาในปริมาณมาก จะส่งผลให้ร่างกายผิดปกติและมีสารตกค้างในร่างกายซึ่ง อาจก่อให้เกิดโรคบางชนิด อย่างเช่น โรคนิ่วในไต เพราะเศษของชาที่หลงเหลือไม่สามารถขับออกทางปัสสาวะได้

รวมไปถึงการดื่มชาในระยะเวลานานและดื่มไม่ถูกวิธี อาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะภายในที่สำคัญอย่างตับและไตได้ เพราะอวัยวะเหล่านั้นจะกรองของเสียแล้ว เมื่อมีของเสียตกค้างในร่างกายหรือในบริเวณอวัยวะเหล่านั้น จะทำให้การทำงานผิดปกติและอวัยวะอาจเสียหายได้ถึงขั้นตับและไตถูกทำลาย

คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประโยชน์ของชามีอยู่มากมายเพราะในฉากอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินอี วิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน หรือสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านเซลล์โรคมะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายที่เกิดขึ้น

ประวัติชา

ในปัจจุบันและมีสารต้านโรคอีกหลายประเภทรวมไปถึงมีคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ร่างกายและสมองตื่นตัวรวมไปถึงมีประโยชน์ ในด้านของการช่วยเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย ซึ่งผู้ที่ลดน้ำหนักส่วนมากมักจะนิยมบริโภคชา

ผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่มีส่วนผสมของชาหรือเป็นผลิตภัณฑ์ของชาโดยตรง มีอยู่ให้เห็นทั่วไปตามท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นชาเขียวเย็นนมเย็นชาเขียวแบบชงใส่นมและการดื่มชาร้อน ซึ่งชนิดและรูปแบบของชาเหล่านี้นั้นถือเป็นเมนูที่ไม่ควรบริโภค หรือรับประทานเป็นระยะเวลายาวนานหรือบ่อยมากเกินไป เพราะเป็นเมนูที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ

เนื่องจากการแปรรูปหรือปรุงแต่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชาเหล่านี้นั้น ล้วนมีส่วนผสมที่อัดไปทำปฏิกิริยากับสารออกซาเลตในใบชา จนทำให้เกิดเป็นพิษในร่างกายได้และส่วนผสม อย่างเช่น นมหรือน้ำตาลที่ผสมในชาเย็นที่คนไทยนิยมดื่มหรือบริโภคนั้น อาจทำให้เกิดโรคอ้วนจากการสะสมของน้ำตาลและไขมันในนมที่ใส่ลงไปในปริมาณมากได้อีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคบางชนิดที่ไม่ควรบริโภคช้าเนื่องจากสารออกซาเลตในชาอาจทำให้อาการป่วยหนักขึ้น

ซึ่งอันตรายจากการบริโภค ชา มีดังต่อไปนี้

โทษของชา

– เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งได้เนื่องจากชาที่ร้อนจัด จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อส่วนต่างๆในร่างกาย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งบางชนิดได้
– เกิดอาการท้องผูกขับถ่ายไม่ดี เนื่องจากชาที่ดื่มไปในปริมาณมากอาจจะทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลต และคาเฟอีนในร่างกายจนทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากมีคาเฟอีนในร่างกายอยู่มากและระบบขับถ่ายทำได้แย่ลง
– มีโอกาสเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ไม่ควรรับประทานหรือบริโภคชาเป็นส่วนผสมของชา เนื่องจากอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตันได้หรือเส้นเลือดอาจแตกได้
– ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานหรือสตรีมีครรภ์ รวมไปถึงเด็กและวัยชราไม่ควรที่จะดื่มชาในปริมาณที่มากหรือหากหลีกเลี่ยงได้ ควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เนื่องจากสารพิษในชาอาจจะตกค้างในร่างกาย
– ในน้ำชาหรือส่วนผสมของชา มีส่วนที่อาจทำให้เยื่อบุผนังภายในกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบได้หากดื่มไปในปริมาณมาก ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหารควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบที่รุนแรงได้

ชาเขียว
– คาเฟอีนที่อุดมอยู่ในชาไม่เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ ซึ่งจากคาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานผิดปกติและอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
– การดื่มชาในขณะที่รับประทานยาทำให้เกิดเป็นสารพิษที่ร้ายแรงต่อร่างกายได้ เพราะเมื่อดื่มชาควบคู่ไปกับการทานยา ชาจะเกิดปฏิกิริยากับยาที่ทานเข้าไปซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เพราะคุณสมบัติของยานั้นอาจถูกทำลายโดยสารพิษในชา ซึ่งจะทำให้ยานั้นไม่มีฤทธิ์ที่จะช่วยแก้ไขหรือรักษาการบาดเจ็บในร่างกายได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามเมนูที่ควรหลีกเลี่ยงในการบริโภคชาควรมีการหลีกเลี่ยงเมนู หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชาและมีน้ำตาลนมครีมเทียมผสมอยู่ด้วย นอกจากสารพิษที่อยู่ในชาแล้ว ยังมีน้ำตาลและไขมันที่อุดมอยู่ในส่วนผสมต่างๆเหล่านั้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมามากมายเมื่อจะเป็นโรคอ้วนโรคเบาหวานโรคไขมันอุดตันเส้นเลือดหรืออีกหลายโรค

ซึ่งควรหลีกเลี่ยงหรือในผู้ที่ไม่สามารถเลิกรับประทานได้ทันทีควรมีการลดปริมาณในการรับประทานชา หรือเมนูที่มีส่วนผสมของชาลงในปริมาณที่น้อยและควรมีการบริโภคให้ถูกวิธีตามหลักการบริโภคชาเพื่อให้ได้ประโยชน์และวิตามินในชามากที่สุด และเป็นการลดการก่อให้เกิดโทษแก่ร่างกายของฉันประเภทต่างๆลงอีกด้วย

บทความแนะนำ

Scroll Up