บาร์เลย์ธัญพืช เมนูเพื่อสุขภาพ 

ข้าวบาร์เลย์ ธัชพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ในขณะที่เทรนด์สุขภาพ กำลังมาแรงอย่างมากในตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ข้าวบาร์เลย์ ธัญพืชตระกูลเดียวกับข้าวโพด และข้าวสาลี หาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะตอนที่ข้าวบาร์เล่ย์กำลังงอก หรือที่เรียกว่าข้าวบาร์เลย์งอก วันนี้จะพาไปรู้จักธัญพืชชนิดนี้ว่าให้ประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายของเราบ้าง ไปดูกันเลย

ข้าวบาร์เลย์

รู้จักกับ ข้าวบาร์เลย์

โดยเมล็ดข้าวบาร์เลย์จะมีลักษณะกลม เล็ก แต่สีและรสชาติอาจแตกต่างกันไปตามชนิด ข้าวบาร์เลย์มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก โดยข้าวบาร์ที่เลย์ต้มสุกแล้ว 1 ถ้วยจะให้โปรตีนสูงเทียบเท่านม 1 แก้ว นอกจากนี้ยัง อุดมด้วยวิตามินบี เช่น ไนอาซิน ไทอามีน และมีเกลือโพรแทสเซียม นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์นั้นอุดมด้วยวิตามินเช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ซีลีเนียม สังกะสี เบตาแคโรทีน ไบโอฟลาโวนอยด์ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค และคลอโรฟีลล์ ที่ส่งผลดีต่อร่างกาย
ข้าวบาร์เลย์เป็นพันธุ์พืชที่เจริญเติบโตได้ดีในเมืองหนาว จึงนิยมปลูกกันในประเทศแถบแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง และมีการจำแนกพันธุ์คร่าวๆตามฤดู ดังต่อไปนี้
1. กลุ่มพันธุ์หนาวแท้จริง
เป็นข้าวบาร์เลย์ที่เจริญเติบโต และติดเมล็ดได้ดีเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศเย็นจัด และต้องการอากาศที่หนาวเย็น มากกว่า 6 เดือน
2. กลุ่มพันธุ์ฤดูใบไม้ผลิ
เป็นข้าวบาร์เลย์ที่เติบโต และติดเมล็ดได้ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นไม่มาก และต้องการระยะเวลาของอากาศหนาวเย็นน้อย โดยใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากในแถบทวีปเอเชีย และมีการปลูกในประเทศไทยด้วย

ประโยชน์ของ ข้าวบาร์เลย์

 

ข้าวบาร์เลย์ ประโยชน์

 

1. ช่วยควบคุมน้ำหนัก ใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ต้องรู้จักข้าวบาร์เล่ย์อย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อเทียบกับธัญพืชอื่น ๆ มีแคลอรี่อยู่ในระดับต่ำ มีโปรตีนสูงอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นช่วยให้ร่างกายไม่อยากทานอาหาร อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูงช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ทำให้ไม่ต้องทานอาหารจุกจิกบ่อย
2. ช่วยป้องกันมะเร็ง ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกายโดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยลดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และช่วยลดการเกิดไขมันไม่ให้ไปเกาะตามอวัยวะต่างภายในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้อย่างปกติอีกด้วย
3. ช่วยลดอาการของโรคข้ออักเสบ ในข้าวบาร์เลย์มีทองแดงซึ่งมีประโยชน์ในการลดอาการของโรคไขข้ออักเสบ โดยทองแดงช่วยทำลายเหล่าอนุมูลอิสระจึงช่วยฟื้นฟูเซลล์ และทองแดงยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนในร่างกายซึ่งช่วยเชื่อมโยงกับอีลาสตินทำให้กระดูกและข้อต่อมีความยืดหยุ่น

ข้าวบาร์เลย์ วิธีหุง
4. ป้องกันโรคหัวใจ คนที่ทานข้าวบาร์เลย์เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหัวใจล้มเหลวได้ ช่วยบำรุงระบบประสาท และทำให้ร่างกายมีพลังไม่อ่อนเพลีย
5. มีส่วนช่วยชะลอความแก่ ในข้าวบาร์เลย์มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายเพื่อให้มีผิวสุขภาพดี ไร้ริ้วรอยก่อนวัย ลดการเกิดริ้วรอย
6. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ในข้าวบาร์เลย์อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่เป็นดีต่อลำไส้อย่างมาก นอกจากนี้ข้าวบาร์เลย์ยังเป็นแหล่งของวิตามินซีสูงช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอีกด้วย
7. นิยมนำมาหุงหรือต้มรับประทานแทนข้าวสวยได้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานหรือใช้ใส่ในน้ำเต้าหู้ นออกจากนี้ยังเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานผลิตเบียร์ และวิสกี้
8. ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกาย เนื่องจากข้าวบาร์เลย์ยังอุดมไปด้วยโปตตีน ที่มีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและมีฟอสฟอรัสซึ่งช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ ช่วยในการสร้างกระดูก จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังส่งผลดีไปถึงระบบประสาทของเราอีกด้วย
9. ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ช่วยในการขับถ่ายรวมถึงช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย จึงสามารถช่วยลดคอลเลสตอรอลนเลือดลดลง ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลเป็นปกติ
10. ในข้าวบาร์เลย์มีโฟเลตและธาตุเหล็ก ที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง หรือที่เรียกว่าฮีโมโกลบิน โดยมีหน้าที่ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายและสมอง

การทานข้าวบาร์เลย์

การทานข้าวบาร์เลย์

การหุงข้าวบาร์เล่ย์
1. แช่ข้าวบาร์เล่ยไว้อย่างน้อย4-5 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
2. ใช้ข้าวบาร์เลย์ 1 ถ้วย ต่อน้ำ 3 ถ้วย จากนั้นนำไปต้มให้เดือด
3. เมื่อเดือดได้ที่แล้วให้ปิดฝาแล้วลดความร้อนลง หุงต่อนานประมาณ 30-45 นาที เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวบาร์เลย์ทานแล้ว ทั้งนี้อาจเพิ่มกลิ่นหอมโดยการใส่ใบเตยลงไปต้มด้วยก็ได้
วิธีทำน้ำข้าวบาร์เลย์
ส่วนผสมน้ำข้าวบาร์เลย์
1. ข้าวบาร์เลย์ 1 ถ้วย
2. น้ำเปล่า 1300 มิลลิลิตร
3. เกลือ 2 หยิบมือ
4. ใบเตย 1 ต้น
5. น้ำตาล 1/2 ถ้วย

วิธีทำน้ำข้าวบาร์เลย์
1. นำข้าวบาร์เลย์มาแช่น้ำอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืน
2. หลังจากนั้นนำข้าวบาร์เลย์ที่แช่แล้วมาต้มในน้ำเปล่า ด้วยไฟอ่อนๆพร้อมใบเตย คอยคนเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ติดหม้อ
3. พอข้าวบาร์เลย์สุกนุ่ม ตักใบเตยออก ใส่น้ำตาล เกลือ ชิมรสตามชอบ
4. ต้มต่อให้เดือด จะทานแบบร้อนหรือเย็นก็ได้

ได้รู้ถึงประโยชน์ของข้าวบาร์เลย์ ธัญพืชอีกหนึ่งชนิดที่ดีต่อร่างกายอย่างมาก รวมถึงวิธีการนำมาทานแบบง่ายๆแล้ว อย่าลืมซื้อมาติดบ้านไว้นะคะ รับรองว่าทานแล้วร่างกายแข็งแรงห่างจากโรคภัย และยังอร่อยอีกด้วย

บทความแนะนำ

Scroll Up