ผัก-ผลไม้ เพื่อสุขภาพ เมนูเพื่อสุขภาพ 

มะเขือเปราะ ผักพื้นบ้านอีกชนิดที่คนไทยนิยมทานมาก มีดีอย่างไร

วันนี้จะพามารู้จัก มะเขือเปราะ ผักพื้นบ้านอีกชนิดที่คนไทยนิยมทาน ทั้งนำมาทำอาหารและก็ทานสดๆ เป็นเครื่องเคียงคู่กับเมนูอื่นๆ แม้จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก แต่สำหรับประโยชน์และสรรพคุณของมะเขือเปราะนั้นก็มีมากเลยทีเดียว ฉะนั้นถ้าไม่อยากพลาดประโยชน์ดีๆแล้วละก็ มาทำความรู้จักกับมะเขือเปราะกันเลยดีกว่า รับรองว่าได้รุถึงปรโยชน์แล้ว จะต้องรีบหามะเขือเปราะมานกันแน่นอน

 

มะเขือเปราะ

ลักษณะทั่วไปของ มะเขือเปราะ

1. ลำต้น ต้นมะเขือเปราะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง เปลือกลำต้นสีเขียว แตกกิ่งก้านสาขามาก ผิวลำต้นเรียบ ไม่มียาง รากเป็นระบบรากแก้ว รากสีน้ำตาล ทรงกลม แทงลงดิน
2. ใบ เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ออกแบบเรียงสลับ ใบสีเขียว ผิวใบมีขน ขอบใบเว้าเข้าเป็นคลื่น ไม่เรียบ โคนใบมน ปลายใบแหลม โคนโค้งมนคล้ายติ่งหู กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร
3. ดอก ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันคล้ายจาน แต่ปลายดอกจะแยกออกเป็น 5 แฉก รูปกงล้อ กลีบดอกสีม่วงอ่อนไปจนถึงขาว ตรงกลางดอกเป็นสีเหลือง
4. ผล ผลทรงกลม ผิวเรียบ มีลายเป็นริ้วๆตลอดความยาวผล ผิวผลมีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน หรือบางพันธุ์อาจมีสีขาว สีเหลือง สีม่วง ผลแก่จะมีสีเหลือง เนื้อด้านในสีขาวกรอบ ฉ่ำน้ำ เป็นเมือกเล็กน้อย มีเมล็ดขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก
5. เมล็ด เมล็ดมีรูปทรงกลมแบน สีขาวอมเหลือง มีเมล็ดสีเขียวข้างในกว่า 60 เมล็ด

 

ลักษณะทั่วไปของ มะเขือเปราะ

ประโยชน์ของมะเขือเปราะ

1. สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ มะเขือทุกชนิดรวมไปถึงมะเขือเปราะมีกากไยสูงแต่แคลอรี่ต่ำ เมื่อทานแล้วจึงช่วยให้อิ่มนาน ลดความอยากอาหาร ลดการทานจุกจิก ถึงจะไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักโดยตรงแต่ก็เหมาะสำหรับเป็นอาหารของผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
2. มีสรรพคุณสมานแผล โดยการนำใบมะเขือเปราะล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาขยำ หลังจากนั้นนำมาพอกที่แผล จะช่วยสมานแผลได้ ทำให้แผลหายไวขึ้น ทั้งนี้ยังช่วยลดการอักเสบ หากเป็นโรคเหงือกอักเสบ เหงือกบวม คออักเสบหรือปวดฟัน โดยวิธีคือ นำใบมะเขือมาเคี้ยว ช่วยบรรเทาอาการได้

 

มะเขือเปราะ สรรพคุณ
3. สามารถช่วยลดไข้ได้ เนื่องจากมะเขือเปราะมีฤทธิ์ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย ช่วยถอนพิษไข้ ลดไข้ ลดอาการอักเสบและแก้ไอได้อีกด้วย หากใครป่วยเป็นไข้ลองทานมะเขือเปราะ จะพบว่า อาการไข้หายเร็วยิ่งขึ้น
4. ช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยมีงานวิจัยพบว่ามะเขือเปราะช่วยลดไขมันเลวลงได้ ทั้งนี้ยังช่วยในเรื่องลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด จึงช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกนั่นเอง
5. ช่วยบำรุงหัวใจ เพราะมะเขือเปราะช่วยลดไขมันเลวและรักษาสมดุลของความดันเลือดให้ในอยู่ในระดับปกติ สิ่งนี้จึงช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง หัวใจไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปนั่นเอง
6. ใช้เป็นยาช่วยขับลมชื้น แก้อาการปวดข้อเนื่องจากลมชื้นติดเกาะ แก้ไขข้ออักเสบ มือเท้าชา ด้วยการใช้ผลสดประมาณ 70-100 กรัม นำมาตุ๋นกับไตหมูรับประทาน
7. ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม เพราะสารไฟโตนิวเทรียนส์ที่เป็นสารสำคัญในมะเขือเปราะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลาย ทำให้การรับส่งข้อมูลระหว่างเซลล์เป็นไปได้ด้วยดี แต่ว่าสารนี้จะอยู่ในเปลือกเท่านั้น ดังนั้นต่อไปหากจะทานมะเขือเปราะควรทานทั้งเปลือก

 

มะเขือเปราะ ประโยชน์
8. ช่วยบำรุงตับ การทานมะเขือเปราะช่วยกระตุ้นให้ตับหลั่งน้ำดีออกมามากขึ้น ตับทำงานได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันภาวะตับวายในทางอ้อม ทั้งนี้หากตับมีสุขภาพดีจะช่วยให้ไขมันถูกย่อยสลายได้มากขึ้นด้วย
9. ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน เนื่องจากมะเขือเปราะมีสรรพคุณคล้ายกับอินซูลิน ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด มีใยอาหารสูง จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
10. ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน เนื่องจากมะเขือเปราะนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุจำพวกโพแทสเซียม แคลเซียมและเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็ง ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของฟันผุ กระดูกเปราะ และโรคกระดูกพรุนได้

นอกจากประโยชน์และสรรพคุณที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว รู้หรือไม่มะเขือเปราะยังมีประโยชน์ในด้านความสวยความงามอีกด้วย ซึ่งมะเขือเปราะมีส่วนช่วยบำรุงผิว มะเขือเปราะอุดมไปด้วยวิตามินอีและสานแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง หากทานบ่อยๆ จะช่วยบำรุงผิวพรรณ ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยชะลอความเสื่อมของผิว เห็นได้ว่าประโยชน์ครอบจักรวาลจริง ไม่ทานไม่ได้แล้ว

ข้อควรระวังในการทานมะเขือเปราะ

ถึงจะมีประโยชน์และสรรพคุณอยู่มาก แต่การที่ทานเยอะเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกานเช่นกัน ไปกันว่ามะเขือเปราะมีโทษอะไรบ้าง และใคบ้างที่ต้องระวังในการทานมะเขือเปราะ
1. ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะสารโซลานีนในมะเขืออาจจะตกค้างสะสมและไปรวมกับไขมันเลวตามร่างกาย จากนั้นก็จะไปเกาะอยู่ตามข้อ ตามกระดูก ทำให้ปวดขา ปวดแขน และเป็นตะคริวได้
2. สำหรับผู้ที่เป็นโรคเก๊าต์ โรครูมาตอยด์ หรือปวดตามข้ออยู่แล้ว แนะนำว่าให้ทานมะเขือเปราะดิบแต่น้อย และควรทานโดยผ่านการปรุงสุกเสียก่อน

บทความแนะนำ

Scroll Up