วิตามิน a d e kอาหารเพื่อสุขภาพ เมนูเพื่อสุขภาพ 

ประโยชน์ของ วิตามินอี และอาหารที่เป็นแหล่งวิตามินอี สูง

วิตามินอี อีกหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย วันนี้เราจะพาไปรู้จักประโยชน์และสรรพคุณของวิตามินอีที่มีมากมาย รวมถึงแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอีไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าเราสามารถได้รับวิตามินซีจากเมนูอาหารอะไรบ้าง

 

วิตามินอี

ประโยชน์ของ วิตามินอี

1. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ โรคอัลไซเมอร์หรือโรคที่เป็นแล้วผู้ป่วยมักจักมีอาการขี้หลงขี้ลืมบ่อยๆ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคนี้ก็คือผู้ป่วยขาดโอเมก้า 3 นั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่าอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์นั่นก็คือการขาดวิตามินอีด้วย เนื่องจากสารอาหารต่างๆจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ถ้าหากเกิดขาดสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งไปแล้วล่ะก็อาจทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง ดังนั้นถ้าไม่อยากป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และที่สำคัญต้องไม่ลืมทานอาหารที่มีวิตามินอี และโอเมก้า 3 ควบคู่กัน
2. ช่วยป้องกันภาวะแท้งบุตรของหญิงตั้งครรภ์ เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งของวิตามินอีที่ดีอย่างมาก สำหรับในหญิงตั้งครรภ์นั้นจะพบว่าคุณหมอมักจะจ่ายยากลุ่มวิตามินบีให้มาทานด้วยเสมอ เนื่องมาจากหญิงตั้งครรภ์บางคนนั้นมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงหรือมีสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อร่างกายจนอาจเกิดผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดนั่นก็คืออาจทำให้แท้งบุตรได้นั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่คุณหมอมักจะจ่ายยากลุ่มวิตามินอีมาให้คุณแม่ทานเพื่อบำรุงครรภ์นั่นเอง

 

3. ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม วิตามินอีมีสรรพคุณที่สามารถช่วยป้องกันและยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมได้ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงเซลล์มะเร็งเต้านมเท่านั้น ยังสามารถช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งชนิดหรืออื่นๆได้อีกด้วย โดยวิตามินอีนั้นจะมีหน้าที่เข้าไปป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็งภายในร่างกายนั่นเอง
4. ช่วยป้องกันการเกิดแผลที่ไหนนอนได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมวิตามินบีถึงมักจะเป็นส่วนผสมในครีมทาแผลเป็น รวมถึงครีมลดริ้วรอยที่เกิดจากสิวอยู่เสมอ คุณหมอทางด้านความสวยความงามจึงมักจะแนะนำครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินอี นำไปทาบริเวณที่เกิดแผลนะนูนและรอยสิว เนื่องจากว่ามันสามารถจัดการกับริ้วรอยเรานั้นได้เป็นอย่างดี
5. ช่วยป้องกันปอดจากมลพิษ โดยวิตามินเอจำเป็นต้องทำงานร่วมกับวิตามินอี โดยวิตามินทั้ง 2 ตัวนี้จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอันตรายกับปอด เมื่อเราสูดดมมลพิษต่างๆเข้าไปภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ ที่เกิดจากการกวาดถนนท่อไอเสียรถ รวมถึงควันจากร้านปิ้งย่างที่อยู่ตามริมถนน ดังนั้นคนที่สงสัยว่ามีความเสี่ยงต่อการสูดดมมลพิษเข้าไปเป็นประจำควรทานวิตามินเอควบคู่กับวิตามินซีเพื่อป้องกันการเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆเกี่ยวกับปอด
6. วิตามินอีช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและช่วยป้องกันและสลายลิ่มเลือดได้

อาหารที่เป็นแหล่งวิตามินอี สูง มีดังนี้

1. อัลมอนด์ ในอัลมอนด์นั้นนอกจากจะมี วิตามินบี โพแทสเซียม แมกนีเซียมแคลเซียม ซิงค์ และธาตุเหล็ กยังมีวิตามินอีที่สูงมากเป็นส่วนประกอบอีกด้วย โดยอัลมอนด์ปริมาณ 1 ออนซ์ นั้นจะมีวิตามินอีที่มากถึง 7 มิลลิกรัมเลยทีเดียว ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณครึ่งหนึ่งที่ร่างกายต้องการต่อวันเลย

 

อาหารเสริมวิตามินเอ

2. กีวี่ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงมาก แต่นอกจากวิตามินซีแล้วในกีวียังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นส่วนประกอบอีกมากมายได้แก่แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ทั้งกีวี่เป็นผลไม้ที่มีกากใยอยู่มากรวมถึงมีปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำที่เหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมาก
3. เมล็ดทานตะวัน ในเมล็ดทานตะวันปริมาณ 1 ออนซ์ มีปริมาณวิตามินอีอยู่ถึง 7 มิลลิกรัม เท่ากับปริมาณครึ่งหนึ่งที่ร่างกายต้องการต่อวัน นอกจากนี้ ในเมล็ดทานตะวันนั้นเต็มไปด้วยสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม โฟเลท ซิงค์ แคลเซียม และเหล็ก รวมถึงยังมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นไขมันที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราอีกด้วย

 

. ผักโขม

4. ผักโขม เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดพืชตระกูลผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมากเนื่องจากในผักโขมนั้นมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุรวมถึงไฟเบอร์ที่สูงมาก ซึ่งดีต่อร่างกายของเราสุดๆไปเลย โดยในผักโขมสุก 1 ถ้วยจะมีวิตามินเออยู่ปริมาณ 4 mg นอกจากนี้ผักโขมยังมีแคลอรี่ที่ต่ำมากๆอีกด้วย ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวแน่นอน
5. เฮเซลนัต เฮเซลนัตเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างมาก เพราะว่ามันอุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง นอกจากนี้ยังมีกากใยสูงและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวอีกด้วย โดยการบริโภคเฮเซลนัท 1 ออนซ์ จะสามารถได้รับรับวิตามินอี ประมาณ 4 มิลลิกรัม

 

. มะเขือเทศ
6. มะเขือเทศ อย่างที่รู้กันดีว่ามะเขือเทศนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามาก เนื่องจากในมะเขือเทศนั้นประกอบไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี กากใยอาหารและโพแทสเซียม รวมถึงยังเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย โดยการรับประทานการมะเขือเทศหั่นจำนวน 1 ถ้วย ร่างกายจะได้รับวิตามินอีอยู่ประมาณ 1 มิลลิกรัม รวมถึงการบริโภคน้ำมะเขือเทศและซอสมะเขือเทศเราก็สามารถได้รับวิตามินอีที่สูงเช่นกัน
7. บล็อกโคลี่ ในประเทศนั้นประกอบไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย ได้แก่วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังเป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำและเป็นแหล่งวิตามินอีที่สูงมากไม่แพ้เมนูอาหารอื่นๆเลยโดยถ้าหากเราทานบุคคลิจำนวน 4 หัวจะมีวิตามินดีอยู่ประมาณ 1 มิลลิกรัม

 

เนยถั่ว
8. เนยถั่ว เนยถั่วนั้นอุดมไปด้วย โปรตีน ซิงค์ แมกนีเซียม และไนอะซินในปริมาณที่สูงมาก โดยการรับประทานเนยถั่วจำนวน 2 ช้อนโต๊ะจะได้รับวิตามินอีประมาณ 3 มิลลิกรัม แต่ทั้งนี้ควรเลือกทานเนยถั่วที่ไม่ผ่านการเติมน้ำตาลเท่านั้น
9. น้ำมันคาโนล่า เป็นนำมันพืช ที่มีส่วนประกอบของ วิตามินอี และกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยในน้ำมันคาโนล่าจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ จะมีวิตามินอี อยู่ประมาณ 2.5 มิลลิกรัม อีกทั้งไขมันในน้ำมันยังเป็นจึงเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวอีกด้วย ดังนั้นน้ำมันคาโน่ลา น้ำมันที่เหมาะต่อการนำมาประกอบอาหารอย่างมาก

เห็นได้ว่าวิตามินเอนั้นมีประโยชน์และสรรพคุณต่อร่างกายของเราอย่างไร ดังนั้นอย่าลืมบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีเพื่อร่างกายที่แข็งแรงของเรากันนะคะ

บทความแนะนำ

Scroll Up