อ้วนลงพุง ผู้หญิงโรคภัย 

อ้วนลงพุง ต่างจากความอ้วนธรรมดาอย่างไร? มาดูกันเลย

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการที่ อ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายของคนเรา ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีไขมันสะสมที่หน้าท้องและรอบเอวขนาดใหญ่ มีทั้งระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดสูง มักเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้มากขึ้น

อ้วนลงพุง
อ้วนลงพุง มีอาการอย่างไรบ้าง!!

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยอ้วนลงพุงจะไม่แสดงอาการใด ๆ นอกจากการมีรอบเอวหรือพุงขนาดใหญ่จนเห็นได้ชัดเจนมาก แต่จากการสะสมของไขมันในช่องท้องจำนวนมาก ที่ส่งผลให้การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายผิดปกติ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ที่ทำให้ระดับไขมันในเลือดและความดันโลหิตสูงขึ้น เมื่อเกิดภาวะนี้เป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดแดงจะหนาจนอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุของอ้วนลงพุง
ภาวะอ้วนลงพุงอาจจะเกิดจากการที่คนเรามีน้ำหนักตัวเกิน โรคอ้วน การเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ขาดการออกกำลังกาย และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักทำให้เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และนอกจากนี้ บุคคลบางกลุ่มยังอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วนลงพุงได้ อย่างเช่น

-ผู้สูงอายุ
-ชาวเอเชีย หรือผู้มีเชื้อสายแอฟริกาแคริบเบียน
-ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวมีภาวะอ้วนลงพุง เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2
-ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
-ผู้ป่วยที่เป็นโรคไขมันพอกตับ
-ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
-ผู้ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

 

การวินิจฉัยอ้วนลงพุง
แพทย์จะวินิจฉัยจากการตรวจร่างกายและตรวจเลือด ซึ่งผู้ป่วยอ้วนลงพุงต้องมีความผิดปกติอย่างน้อย 3 ข้อจาก 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

-มีเส้นรอบเอว ตั้งแต่ 80 เซนติเมตรขึ้นไป สำหรับผู้หญิง 90 เซนติเมตรขึ้นไป สำหรับผู้ชาย
-มีระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับผู้หญิง ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับผู้ชาย
-มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป
-มีระดับความดันโลหิต ตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป
-มีระดับน้ำตาลในเลือด ตั้งแต่ 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป

อ้วนลงพุงมีกี่แบบ

การรักษาอ้วนลงพุง

เป้าหมายในการรักษาภาวะอ้วนลงพุง คือ การลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเราเอง โดยการลดระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต อาจจะปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช อาหารที่ปราศจากไขมันชนิดที่ไม่ดี จำกัดปริมาณการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือหวานจัด อาหารที่มีไขมันทรานส์หรือไขมันอิ่มตัว
-ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรมีดัชนีมวลร่างกายอยู่ระหว่าง 18.5-24.9 แสดงถึงรูปร่างที่ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป
-จัดการความเครียด เพื่อผ่อนคลายความเครียดเป็นตัวการทำให้ความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น เล่นกีฬา ฝึกโยคะ นั่งสมาธิ เป็นต้น
-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ เพราะสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และยังช่วยลดน้ำหนักตัวได้อีกด้วย
-เลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่นั้นเป็นอีกหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะหัวใจขาดเลือด

ภาวะแทรกการซ้อนของอ้วนลงพุง

ทั้งนี้ผู้ป่วยอ้วนลงพุงจะมีไขมันสะสมที่หน้าท้องปริมาณมาก หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือควบคุมน้ำหนัก อาจทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรคเบาหวาน หากมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น อาจทำให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองตามมาได้อักด้วย
นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่อ้วนลงพุงเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ด้วย อย่างเช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน โรคไต โรคไขมันพอกตับ เป็นต้น

การป้องกันโรคอ้วนลงพุง

อ้วนลงพุง ออกกําลังกาย
อ้วนลงพุงนั้นสามารถป้องกันได้ด้วยการปฏิบัติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้
-ควบคุมอาหาร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน น้ำตาลสูง ควบคุมน้ำหนักและลดการสะสมของไขมันที่หน้าท้อง ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
-ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150-300 นาที ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรก เพื่อผ่อนคลายความเครียด และเลิกสูบบุหรี่

รู้ไหมหรือไม่? อ้วนลงพุงต่างจากความอ้วนธรรมดาอย่างไร

1.สังเกตุจากความยาวของเส้นรอบเอว ซึ่งคนในประเทศแถบยุโรป ผู้ชายนั้นจะมีรอบพุง 94 เซนติเมตรขึ้นไป ส่วนผู้หญิงจะมีรอบพุง 80 เซนติเมตรขึ้นไป คนในประเทศแถบเอเชีย ผู้ชายจะมีรอบพุง 90 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้หญิงจะมีรอบพุง 80 เซนติเมตรขึ้นไป
2.ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด สูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือประมาณ 1.7 มิลลิโมลต่อลิตร
3.ระดับไขมันเอชแอลดี คอเลสเตอรอลในเลือด ผู้ชายต้องต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิงต้องต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
4.ความดันโลหิตควร มีค่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือมากกว่า
5.ควรมีระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารตอนเช้า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมากกว่า หรืออาจจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

บทความแนะนำ

Scroll Up