โรคไต คือโรคภัย 

โรคไต โรคเรื้อรังที่ไม่ควรมองความ รู้ถึงเคล็ดลับในการป้องกันการเกิดของโรคไต

วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับ โรคไต มาบอกต่อ โดยร่างกายคนเราประกอบด้วยอวัยวะสำคัญต่างๆมากมาย และไตก็เป็นอวัยวะที่สำคัญมากเช่นกัน ไต หรือ Kidney คนเรามีไตอยู่สองข้างอยู่บริเวณด้านหลังของบั้นเอว ไปทำหน้าที่กรองของเสียและคำน้ำส่วนเกินต่างๆออกจากร่างกายในรูปแบบของของเหลวหรือที่เรียกกันว่าปัสสาวะนั่นเอง กลไกอวัยวะของคนเราถือเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เพราะสามารถรับสิ่งดีๆหรือของดีเข้าสู่ร่างกาย และสามารถขับของเสียออกมาเพื่อให้ร่างกายเกิดความสมดุล และนอกจากนี้ไปยังทำหน้าที่ในการปรับสมดุลน้ำในร่างกาย เกลือแร่ ความเป็นกรดด่างในร่างกาย ตลอดจนความสมดุลของฟอสเฟต และแคลเซียมซึ่งมีหน้าที่ทำให้กระดูกและฟันของคนเรานั้นมีความแข็งแรงไม่แตกหักหรือเกาะง่ายเกินไป และยังสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อร่างกายที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงของร่างกายอีกด้วย

โรคไต

ความผิดปกติของไตมี 8 ประเภทได้แก่ โรคไตวายเฉียบพลัน โรคไตเรื้อรัง โรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบและโรคไตเนฟโฟรติก โรคความผิดปกติของเนื้อเยื่อใด โรคนิ่วในไตและท่อทางเดินปัสสาวะ โรคท่อไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อ โรคมะเร็งและถุงน้ำในทางเดินปัสสาวะ โรคไตประเภทอื่นๆ

ส่วนอาการของ โรคไต นั้นประกอบด้วยความผิดปกติ 2 กรณีคือ

1.ไตวายเฉียบพลัน มีอาการที่รุนแรงมากเนื่องจากเกิดอาการผิดปกติอย่างเฉียบพลัน จึงต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาโดยด่วน หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องถูกวิธีและทันเวลา ไตก็จะสามารถฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกติหรือหายดีได้ดังเดิม ไม่ต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต
2.ไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถฟื้นฟูหรือรักษาให้ไตที่เป็นเรื้อรังนี้กลับมาเป็นปกติได้ดังเดิม ทำได้เพียงการประคับประคองอาการและรักษาไตให้สามารถทำงานได้แม้จะไม่เต็มประสิทธิภาพก็ตาม เพื่อไม่ให้ไตมีอาการทรุดตัวหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว หากไตมีอาการทรุดหนักอาจทำให้ระบบอวัยวะต่างๆเสื่อมสภาพหรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพลดลงไปด้วย ทำให้มีอาการแทรกซ้อนและอาจนำไปสู่การหยุดทำงานของระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายได้ จึงต้องมีการฟอกไตอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำของเสียที่สะสมในไตออกมาไม่ให้ไตทำงานหนักจนมีสภาพแย่ลงได้
วิธีการสังเกตอาการของโรคไต มีต่อไปนี้
1.มีอาการปัสสาวะมากหรือน้อยผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนหรือมีการปัสสาวะที่น้อยลง

โรคไต อาการ
2.มีอาการแสบหรือขัดเวลาปัสสาวะ รวมไปถึงมีเศษตะกอนหรือนิ้วเล็กๆปนออกมากับน้ำปัสสาวะอย่างเห็นได้ชัด
3.ปัสสาวะมีเลือดปน มีสีขุ่นหรือปัสสาวะเป็นฟองในปริมาณมาก
4.บริเวณใบหน้า ลำตัว ขา เท้า มือ แขน โดยส่วนอวัยวะภายนอกมีอาการบวมขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากอาการบวมน้ำ
5. ปวดบริเวณบั้นเอวหรือสีข้าง และมีอาการปวดขึ้นเรื่อยๆ
6. ความดันโลหิตสูง ตรวจพบตั้งแต่อายุยังน้อย หรืออายุน้อยกว่า 30 ปีก็มีความดันโลหิตที่สูงสันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากการเป็นโรคไต
7. มีอาการเพลีย ไม่มีสมาธิหรือเรี่ยวแรงในการทำงาน
8.มีอาการต่างๆเนื่องมาจากการที่มีของเสียสะสม หรือคั่งอยู่ในร่างกายเป็นจำนวนมาก เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร คันตามตัว มีอาการชาตามมือและเท้า เป็นตะคริวบ่อย และสะอึกบ่อย เป็นต้น
หากสังเกตอาการหรือความผิดปกติดังที่ได้กล่าวมานี้ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาและคำแนะนำจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะแก้ไขได้ทันท่วงที สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นโรคไตแน่นอนว่าต้องมีการรักษาสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพดีและปราศจากโรคไตมาเยือน

โดยมีเคล็ดลับในการป้องกันการเกิดของโรคไตดังต่อไปนี้

การป้องกันโรคไต

1. ตรวจร่างกายประจำปีทุกปีเพื่อหาแนวโน้ม และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตและโรคอื่น โดยมีการวัดความดันโลหิต ตรวจปัสสาวะ และตรวจของเสียในเลือด ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไต อย่างเช่นมีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อ้วน สูงอายุ สูบบุหรี่จัด รับประทานยาแก้ปวดเป็นประจำ และมีประวัติของคนในครอบครัวที่เป็นโรคไต ควรการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
2.รู้จักพอเพียงและกำหนดปริมาณอาหารในการรับประทานในแต่ละวัน โดยให้ปริมาณของอาหารไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินความพอดีของร่างกายที่จะได้รับสารอาหารในแต่ละวัน มีการทานอาหารและผลไม้ให้สมดุลรวมไปถึงการเพิ่มปริมาณผักในมื้ออาหารให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารไขมันและอาหารที่เป็นโปรตีนหรือตัวนำโปรตีนอย่างน้ำตาล หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองที่มีความเค็มหรือโซเดียมสะสมอยู่ในอาหารนั้นมาก ที่สำคัญลดอาหารที่มีรสเค็ม

โรคไต อาหาร
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้นเพราะน้ำจะช่วยขับของเสียในร่างกายออกมาในรูปแบบของปัสสาวะ ช่วยลดภาระในการทํางานในการขับของเสียของไตลง
4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยลดไขมันส่วนเกิน และเผาผลาญพลังงานแคลอรี่เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงสมบูรณ์ได้
5.ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน พอจะทำให้เชื้อโรคที่สะสมในปัสสาวะน้ำซึมเข้าสู่ร่างกายซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้ไตทำงาน รวมไปถึงเชื้อโรคเหล่านั้นอาจสร้างให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆในร่างกายได้
6.ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่อ้วนจนเกินไป เพราะความอ้วนจะทำให้ไขมันหรืออวัยวะต่างๆกดทับไต ซึ่งอาจทำให้ไตมีความดันสูง ซึ่งโรคอ้วนจะนำไปสู่โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคต่างๆเหล่านี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตได้
7.หลีกเลี่ยงสารเสพติด งดบุหรี่และเหล้า

การรักษาโรคไต
8.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง และปรับสมดุลในร่างกายของอวัยวะต่างๆ และเพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง
9.ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดมาทานเองโดยที่ไม่ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
10. ระวังการรับประทานอาหารเสริมต่างๆที่มีการขายและโฆษณามากขึ้นในปัจจุบัน เพราะอาหารเสริมเหล่านั้น อาจมีปริมาณโซเดียมและมีสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตได้

บทความแนะนำ

Scroll Up