โรคไบโพล่าร์ คือโรคภัย 

โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว มีสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาอย่างไร

โรคไบโพลาร์ หรืออารมณ์สองขั้ว ที่เกี่ยวกับความผิดปกติของอารมณ์อารมณ์สองขั้วที่ว่ามานั้นก็คืออารมณ์เศร้ากับอารมณ์คึกคัก แต่จะหนักกว่าคนปกติโดยทั่วไปก็คือเวลาเศร้าจะเศร้าหนักมากและเวลาคึกคักก็จะขึ้นมากจนคนรอบข้างสังเกตได้ คนมักเข้าใจผิดว่าไบโพลาร์จะมีอาการแบบในละครหรือภาพยนตร์ต่างๆ ที่สนุกสนานอยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์เศร้าได้ 5 นาทีให้หลังก็กลับมาอารมณ์ดี แล้วเชื่อว่าหลายคนก็มีความกังวลว่าถ้าตัวเองเดี๋ยวอารมณ์ดี ต่อมาดีอารมณ์ไม่ดีจะป่วยเป็นไบโพลาร์ด้วยหรือเปล่า เพราะจริงๆแล้วคำว่าเศร้าและคึกคักของโรคไบโพลาร์นั้นจะไม่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆแค่เวลา 5 นาทีหรือ 10 นาทีหรือวันเดียว แต่จะกินเวลายาวนานตั้งแต่เป็นสัปดาห์ต้นจนถึงหลายๆเดือน และจะเป็นหนักกว่าปกติจนสังเกตได้โดยเฉพาะช่วงที่มีอาการเศร้า ช่วงที่เศร้าผิดปกติจะมีลักษณะคล้ายกับโรคซึมเศร้า คือไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็รู้สึกเศร้าไปหมด โทษตัวเองรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีแรง ไม่มีสมาธิ น้ำหนักลดลง หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ นอนไม่หลับ หรืออาจมีนอนตลอดเวลาสลับกันเป็นช่วงๆ ได้จนถึงอยากฆ่าตัวตาย

โรคไบโพล่าร์

ช่วงที่คึกคักผิดปกติตั้งแตกต่างจากคนร่าเริงทั่วไป คือมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากพูดมาก พูดไม่หยุดต้องต้องทำสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลา มีความอยากจะทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกันแต่ก็มีสมาธิลดลง นอนน้อย นอนแค่วันละ 3 ชั่วโมงก็รู้สึกฟิต ไม่ง่วง ขาดความยับยั้งชั่งใจ มีการใช้เงินเกินตัว ใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่เกิดประโยชน์ หรือโมโหง่ายหากถูกขัดใจ อาการคือผู้ป่วยจะมีอารมณ์ผิดปกติไปจากเดิม อย่างเป็นช่วงช่วงอาจจะมีอารมณ์เศร้า 3-4 เดือนแล้วกลับมาเป็นปกติอยู่หลายเดือน แล้วก็เกิดคึกคักสนุกสนานอารมณ์ดีผิดปกติอีก 1 เดือน จากนั้นก็กลับมาเป็นปกติ โดยการเกิดขึ้นของอารมณ์สองขั้วไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นสลับกันเสมอไป ผู้ป่วยอาจจะเศร้าแล้วกลับมาเป็นปกติหรือกลับไปร่าเริงและกลับมาเป็นปกติ หรืออาจมีอาการคึกคักก่อนแล้วค่อยเศร้าก็มีโอกาสเป็นไปได้ โรคไบโพลาร์นั้นสามารถเป็นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพแต่มักเกิดในคนอายุ 16-24 ถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ซึ่งในคน 100 คนจะพบคนที่เป็นไบโพลาร์เพียง 1 คน เท่านั้น ซึ่งที่เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย

การเกิด โรคไบโพลาร์ มีดังต่อไปนี้

โรคไบโพล่าร์ อาการ

  1. เกิดจากพันธุกรรมทางครอบครัว ผู้ที่มีอาการอารมณ์สองขั้วหรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์นั้นในส่วนมากแล้ว มักจะมีประวัติของคนในครอบครัวหรือญาติสนิทที่ป่วยเป็นโรคนี้หรือมีอารมณ์ที่ใกล้เคียงกับอารมณ์สองขั้วเช่นนี้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือมีการวิจัยที่ชัดเจนแต่มีความเชื่อได้สูงว่าจะเกิดจากพันธุกรรมในครอบครัว
  2. ความผิดปกติของระบบประสารหรือสมอง มีความผิดปกติของสารบางตัวที่อยู่ในเซลล์สมองซึ่งเป็นสารที่ช่วยควบคุมความกลัว ความตื่นเต้น ความเครียด หรืออารมณ์ต่างๆในร่างกาย ซึ่งสารตัวนี้มีความผิดปกติจึงทำให้ อารมณ์ของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ไม่คงที่มีการสลับไปสลับมา เมื่อสารเหล่านี้ไม่สมดุลก็จะเกิดการหลั่งของสารในปริมาณที่มาก จนอาจทำให้เวลาเศร้าก็รู้สึกเศร้ามากหลายเท่ากว่าคนปกติ ในเวลาสนุกสนานร่าเริงคึกคักก็จะรู้สึกมากกว่าคนอื่นเช่นเดียวกันกับอารมณ์เศร้านั้นเอง
  3. ปัจจัยในด้านอื่น เช่น การมีเหตุการณ์ต่างๆมากระทบต่อสภาพจิตใจที่ทำให้เกิดภาวะเศร้าหรือคึกคักร่าเริง ก็มีผลทำให้ความผิดปกติของทางพันธุกรรมและระบบประสาทนั้น มีการกระตุ้นให้เกิดโรคไบโพลาร์ได้อย่างรุนแรง เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านั้นกระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้ป่วยจนทำให้เกิดความเศร้าหรือความร่าเริงตามแต่ละเหตุการณ์ เป็นต้น

แม้โรคนี้เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง แต่มักจะถูกกระตุ้นด้วยการเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อเป็นแล้วมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกได้โดยไม่ต้องเหตุการณ์ต่างๆมากระตุ้นและมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำได้สูงมาก การกินยาอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมวินัยในการนอนของตนเองให้ดีและไม่ดื่มเหล้า หลีกเลี่ยงอาหารที่สร้างพูดไม่เกิดประโยชน์แก่ร่างกาย รับประทานอาหารให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยยึดตามหลักอาหาร 5 หมู่เป็นหลักเพื่อสร้างความสมดุลและปรับสารเคมีในร่างกายให้มีความสมดุล

โรคอารมณ์สองขั้ว

รวมไปถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งด้านจิตใจและร่างกายด้วย สิ่งต่างๆเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาโรคนี้ ถ้าทำได้ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเดิม โรคไบโพลาร์อาจจะมีความแตกต่างจากโรคทางจิตเวชโดยทั่วไป โดยที่ผู้ป่วยจะมีปัญหาเรื่องอารมณ์ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยยังมีความสามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างได้ ไม่ถึงขนาดหูแว่ว หรือมรอาการเห็นภาพหลอน โดยที่คนใกล้ชิดจึงสามารถสังเกตอาการ เข้าใจสิ่งที่เขาเป็น คอยรับฟังและให้กำลังใจเขาในช่วงที่เขาเศร้า คอยเตือนเขาในช่วงที่คึกคัก และสามารถแนะนำหรือพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อศึกษาและหาแนวทางในการรักษาโรคไบโพลาร์ให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้ กลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปได้อย่างมีความสุข ที่สำคัญคือคนในครอบครัวทุกคน ต้องมีส่วนช่วยในการดูแลและรักษาผู้ป่วย นอกเหนือจากจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ที่จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยผ่านพ้นจากโรคอารมณ์สองขั้วนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว

บทความแนะนำ

Scroll Up