โรคภัย 

โรคนอนไม่หลับ มีสาเหตุมาจากอะไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร

หากคุณมีอาการหลับลำบาก หลับไม่สนิท ใช้เวลานานกว่าจะหลับ หรือตื่นนอนเร็วมาก ทั้งๆที่อดนอนหรือนอนดึก เป็นแบบนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคนอนไม่หลับ เป็นโรคความผิดปกติในการนอน กลายเป็นปัญหาเรื้อรังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ความสามารถในประสิทธิภาพการทำงานลดลง วันนี้เราจะพามารู้จัก สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาโรคนี้

โรคนอนไม่หลับ

สาเหตุของ โรคนอนไม่หลับ

1. ความเครียด ความวิตกกังวล แรงกดดัน หรือมีอาการซึมเศร้าและท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต คิดว่าตัวเองไร้ค่า ยึดติดและอยู่กับตัวเองมากเกินไป ทั้งนี้หากคุณไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ ก็อาจต้องเข้ารับการบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของวิธีจิตบำบัด
2. นอนไม่เป็นเวลา และตื่นนอนไม่เป็นเวลา การมีพฤติกรรมเช่นนี้ย่อมส่งผลให้ระบบในร่างกายรวน ทำงานไม่ปกติ จึงทำให้นอนไม่หลับนั่นเอง ดังนั้นการมีกิจวัตรที่ต้องทำเป็นเวลาที่แน่นอนในแต่ละวัน สามารถช่วยให้การนอนมีคุณภาพที่ดีขึ้นได้

สาเหตุของ โรคนอนไม่หลับ

3. ทานอาหารก่อนนอน โดยการทานอาหารแล้วเข้านอนทันนั้นย่อมไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน โดยเฉพาะการมีพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยๆ จะก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อน โดยมีการค้นพบว่าโรคกรดไหลย้อนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่รบกวนการนอนของคนอเมริกา โดยมักมีอาการแสบร้อนกลางอก ไอและสำลัก ขณะนอนหรือกำลังจะหลับ
4. มีแสงไฟรบกวน หลายคนมักชอบเปิดไฟเวลานอน แต่นั่นเป็นการกระทำที่ผิด และไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก เนื่องจากทำให้ฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับลดลง นอกจากนึควรงดเล่นโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอนด้วย เพื่อช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น
5. โรคบางโรคเมื่อขณะเกิดจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับ เช่น โรคหอบหืด , โรคหัวใจวาย , โรคภูมิแพ้ , โรคสมองเสื่อม , โรคพาร์คินสัน , โรคคอพอกเป็นพิษ
6. Jet Lag มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เดินทางบินข้ามเขตเวลา ทำให้ร่างกายต้องเปลี่ยนเวลานอนจนปรับตัวไม่ทัน เป็นเหตุให้นอนหลับยาก

แนวทางการรักษา โรคนอนไม่หลับ

โรคนอนไม่หลับ รักษา

แนวทางการรักษาที่ดี คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง โดยมีวิธีดังต่อไปนี้
1. หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่ย่อยยากก่อนนอน เพราะจะทำให้ปวดท้อง เนื่องจากมีอาการกรดไหลย้อน ถ้าท้องว่างให้รับประทานอาหารเบาๆ เช่น ขนมปังชิ้นเล็ก นมอุ่ม หรือน้ำผลไม้
2. เมื่อรู้สึกง่วงจะต้องเข้านอนทันที เข้านอนให้เวลานั้นเหมือนกันทุกคืน ตรงเวลา ร่างกายจะจดจำเวลานอนเอง และควรตื่นให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวันด้วย
3. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชาที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม ก่อนเข้านอนหรือใกล้เวลาเข้านอน เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ และลดประสิทธิภาพการนอนหลับ

นอนไม่รับ ทำยังไง
4.การแช่น้ำอุ่นหรืออาบน้ำอุ่นก่อนนอนก็มีส่วนช่วยให้การทําให้ระบบประสาทผ่อนคลาย เสริมความสดชื่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกไม้ต่างๆ สัก 2-3 หยด ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียดตลอดวัน
5. การออกกำลังสม่ำเสมอทุกวันช่วยให้หลับดีขึ้น แต่ทั้งนี้ควรหลีกเลียงการออกกำลังกายอย่างหนักภายใน 5-6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
6. ถ้านอนไม่หลับเกิน 15-20 นาที ควรลุกออกจากเตียงมาหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ก็ช่วยทำให้ง่วงได้ หลีกเลี่ยงการดูโทรทัศน์หรือเล่นคอมพิวเตอร์ เพราะแสงจากจอ จะกระตุ้นให้สมองตื่นตัวได้
7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารจําพวกโปรตีนเนื้อสัตว์ ในเวลาก่อนนอนเพื่อลดการใช้พลังงานของระบบย่อยอาหาร เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะปรับระบบต่างๆ ให้สมดุลเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน

อาหารที่ช่วยในการนอนหลับ

อาหารที่ช่วยในการนอนหลับ

1. นม โยเกิร์ต และชีส อาหารจำพวกนม โยเกิร์ต และชีส อุดมไปด้วยสารทริปโตแฟน เป็นสารที่ทำให้สมองของเรารู้สึกปลอดโปร่ง จึงทำให้ร่างกายและสมองของเรารู้สึกผ่อนคลายพร้อมที่จะนอนหลับได้อย่างสนิท
2. ถั่วลันเตาและถั่วแระ โดยทั้งถั่วลันเตาและถั่วแระนี้ จะทานเป็นอาหาร หรือ ขนมขบเคี้ยวก็ได้ทั้งนั้น ซึ่งเจ้าถั่วนี้จะช่วยเร่งผลิต เซโรโทนิน ที่เป็นสารสื่อประสาท ซึ่งมีบทบาทหลากหลายหน้าที่เช่น ควบคุมความหิว อารมณ์ และความโกรธ แถมยังมีเอสโตรเจนธรรมชาติ ช่วยลดอาการวูบวาบ ฝันร้าย สะดุ้งตื่นกลางดึก
3. ชาดอกคาโมมายด์ มีสารเอฟิเจนนิน ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทส่วนกลาง ลดความกังวล แต่ทั้งนี้อย่าเลือกที่มีส่วนผสมของชา เพราชามีส่วนผสมของคาเฟอีน ที่จะทำให้นอนไม่หลับ ที่ไม่ต่างอะไรกับการดื่มกาแฟเข้าไปนั่นเอง

การนอนหลับ
4. ข้าวโอ้ต การรับประทานข้าวโอ้ตร้อนๆก่อนนอนจะช่วยให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น เพราะข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหารแทบจะทุกชนิดที่ช่วยในการนอนหลับ เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และซิลิคอน แต่ทั้งนี้ไม่ควรทานมากเกินไปเพราะข้าวโอ๊ตมีความหวาน ที่สามารถกระตุ้นสมองให้มีความคึกคักหนักกว่าเดิม ซึ่งอาจส่งผลให้นอนหลับไม่สนิทได้
5. น้ำผึ้ง การดื่มน้ำผึ้งสักหนึ่งช้อนก่อนนอนจะช่วยเพิ่มอินซูลิน ให้กับร่างกาย ซึ่งเจ้าอินซูลินเนี่ยแหละที่จะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของตับให้เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ช่วยให้สารทริปโตเฟน และเพิ่มเซโรโทนิน ที่ช่วยทำให้หลับสนิท

บทความแนะนำ

Scroll Up